ค้นหา

เคสกันกระแทก VS เคสแบบสลิม | แบบไหนเหมาะกับคุณ ?

อัพเดตเมื่อ: 22 มิ.ย. 2019


หากคุณกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะใช้เคสมือถือแบบไหนดีระหว่างเคสมือถือกันกระแทก หรือเคสมือถือแบบบาง มาดูความแตกต่างระหว่างเคสทั้งสองแบบนี้เพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินใจกันครับ


เคสของทางแบรนด์ Case Culture ทุกๆ ดีไซน์ จะมีให้เลือกอยู่สองประเภทคือเคสมือถือกันกระแทกรุ่น Dual Guard (มีเฉพาะบางรุ่น) และเคสมือถือแบบบางรุ่น Black Arch Slim เรามาดูรุ่นแรกคือเคสกันกระแทกกันก่อนเลยครับ



1. เคสกันกระแทกรุ่น Dual Guard


เป็นเคสกันกระแทกสองชั้นวัสดุชั้นด้านในจะเป็นยาง TPU และด้านนอกเป็นวัสดุ PC แข็ง




สำหรับวัสดุด้านในที่เป็น TPU นั้นด้านในเป็นวัสดุยาง TPU กันกระแทก มีความยืดหยุ่นสูงไม่ทำให้ตัวเครื่องเกิดรอยด่าง หรือกัดตัวเครื่องมือถือเมื่อใส่เคสไว้เป็นเวลานานๆ ขอบกันกระแทกมีสีดำและชนิดใสให้เลือก แผ่นหลังชั้นด้านนอกของเคสเป็นวัสดุ PC แข็งที่มีความแข็งแรงทนทานแต่ก็มีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ตกไม่แตก แม้ร่วงบ่อยครั้ง แผ่นหลังสามารถถอดออกเพื่อเปลี่ยนดีไซน์ของเคสได้ และสามารถซื้อแผ่นหลังเพิ่มเติมได้ภายหลังในราคาที่ถูกลง เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนมือถือบ่อย หรือสาวๆที่ชอบเปลี่ยนสีเคสให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ในแต่ละวันหรือแต่ละโอกาส


แผ่นหลังเคสกันกระแทกวัสดุ PC คุณภาพสูงชนิดผิวเงา

ในส่วนของแผ่นหลังนั้นจะมีให้เลือกเป็นชนิดผิวเงา(หรือผิวมันวาว) และแบบผิวด้าน ข้อดีของแผ่นหลังผิวเงาคือจะมีสีสันที่สดใสสวยงาม และลายเคสจะดูคมชัด ดูสวยมากๆครับ และโดยปกติแล้วเคสแบบเงาจะได้รับความนิยมจากลูกค้ามากกว่าเคสแบบผิวด้านเพราะว่ามีสีสันที่ดูจี๊ดจ๊าด และดูเงางามสวยกว่ามากครับ แต่เคสแบบผิวเงาอาจจะมีรอยขนแมวบ้างเมื่อใช้ไปนานๆ แต่ถ้าดูแลรักษาดีๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ นอกจากนี้หากท่านเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนเคสมือถือบ่อยๆอยู่แล้วก็อย่าได้แคร์ครับ เน้นความสวยไว้ก่อน เพราะบางท่านก็เปลี่ยนเคสใหม่ก่อนที่เคสอันเดิมจะดูเก่าด้วยซ้ำ


แต่หากต้องการเคสที่ใช้ได้ดี ใช้ได้ทน และเหมาะสำหรับสายลุย สายถึกทั้งหลาย ทางแบรนด์ขอแนะนำเป็นแผ่นหลังชนิดผิวด้าน เพราะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อรอยขนแมวหรือรอยขีดข่วนต่างๆได้อย่างดี เหมาะกับคนที่ชอบโยนมือถือลงไปไว้ในกระเป๋ารวมกับสิ่งของต่างๆ โดยลักษณะผิวเคสจะมีลักษณะนวลตาและสัมผัสออกนวลๆมือ คล้ายกับฟิล์มกันรอยชนิดผิวด้าน และข้อดีของเคสผิวด้านอีกข้อคือจะช่วยลดรอยนิ้วมือถือต่างๆ บนเคสมือถือได้ดีอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มือชื้น หรือผู้ที่มีเหงื่อออกมือมากๆ ไม่ต้องคอยเช็ดมือถือกันบ่อยๆ ด้วยครับ แต่สิ่งที่เคสผิวด้านด้อยกว่าคือเรื่องของสีสันที่อาจะจะดูไม่สดหรือจี๊ดจ๊าดเท่ากับเคสแบบผิวเงาครับ


เคสผิวด้านแบบใส่ชื่อ

สำหรับเรื่องความหนาของเคสชนิดกันกระแทกรุ่น Dual Guard นั้น บอกได้เลยว่าไม่หนาอย่างที่คิดครับ เพราะเคสกันกระแทกนี้ถือว่าเป็นเคสที่มีความบางกว่าเคสกันกระแทกแบรนด์อื่นๆทั้งหลาย มีความบางเพียง 1.9 มม. เท่านั้น เรียกได้ว่าเครื่องหนาขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่คุ้มค่าสำหรับการป้องกันเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพครับ



2. เคสบางรุ่น Black Arch Slim


เคสมือถือรุ่น Black Arch Slim

เป็นแคสแข็งแบบบางวัสดุทำจาก PC คุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงทนทานและมีความยืดหยุ่น ทนต่อแรงกระแทกได้ดีหากทำร่วงหลายๆครั้ง หรือเอามาบิดงอยังไงก็ยังไม่แตกครับ ด้วยความที่เคสมือถือยืดหยุ่นสูงจึงทำให้เคสไม่ขูดตัวเครื่องมือถือเวลาใส่เคสเข้า-ออก และไม่ทำให้เครื่องเป็นรอยด่างเมื่อใส่เป็นเวลานาน


เคสรุ่น Black Arch Slim จะมีห่วงสีดำรอบๆ เลนส์กล้อง ซึ่งเป็นที่มาของเคสรุ่นนี้ครับ ห่วงดำนี้จะทำหน้าที่ป้องกันแสงต่างๆ หรือแสงแฟรชที่จะสะท้อนเข้าเลนส์กล้องที่ทำให้เกิดภาพขาวฟุ้งในภาพถ่าย เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆในตอนกลางคืนที่เราเปิดแฟรชถ่ายรูป หรือถ่ายภาพกลางวันที่มีแสงแดดจ้ามากๆ ส่วนเรื่องความบางของเคสรุ่นนี้ของตามชื่อรุ่น Black Arch Slim เลยครับ เพราะมีความบางเพียง 0.9 - 1.0 มม. เท่านั้น (แล้วแต่รุ่น)


ห่วงสีดำรอบเลนส์กล้อง

และสุดท้ายสำหรับคำถามที่ว่าเคสแบบไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุดนั้น อยากให้ทุกๆท่านลองสำรวจพฤติกรรมการใช้มือถือของตัวเองดูครับว่าเป็นคนทำเคสมือถือร่วงบ่อยไหม ชีวิตประจำวันหรือกิจวัตรต่างๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการทำมือถือตกหล่นได้บ่อยๆ หรือไม่ เช่น คุณแม่ที่มีน้องเล็กและชอบยืมมือถือไปดูการ์ตูนหรือเล่นเกมส์ ก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้แบบกันกระแทก หรือว่าหากเป็นคนที่ชอบใช้ของแบบไม่ระมัดระวัง อยากใช้มือถือแบบสะดวกๆ วางที่ไหนก็ได้แบบไร้กังวลว่าจะตกหรือไม่ตกก็ไม่เป็นไร ก็แนะนำเคสกันกระแทกเช่นกันครับ ส่วนตัวผมเองเป็นคนตัวใหญ่มีมือทั้งสองข้างใหญ่ ตัวผมเองจึงชอบเคสใช้มือถือที่มีความหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะทำให้จับถนัดมือมากยิ่งขึ้นครับ และกลับกลายเป็นว่าเคสมือถือชนิดบางทำให้ถือจับถนัดมือน้อยกว่า


นอกจากนี้หากท่านเป็นคนที่ชอบพกมือถือในกระเป๋ากางเกง ชอบใช้มือถือแบบน้ำหนักเบา เป็นคนมือเล็กแล้วจับมือถือที่ใส่เคสหนาๆไม่ถนัด หรือว่าเป็นคนใช้มือแบบทะนุถนอม และไม่ได้ทำมือถือร่วงอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่วางมือถือไว้ที่บ้านหรือบนโต๊ะทำงาน ก็ขอแนะนำเป็นเคสมือถือแบบบางสลิม เพราะว่าใส่แล้วทำให้ตัวเครื่องหนาขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คงความสวยงามของรูปทรงของตัวเครื่องให้ดูสวยเพรียวบางอย่างที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามอยู่แล้ว


เคสมีความบางเพียง 1 มม. ทำให้มือถือดูสวยเพรียวบางอย่างยิ่ง

ป้องกันการกระแทกตรงมุมของมือถือได้ดีทุกมุม

นอกจากนี้ราคาของเคสรุ่น Black Arch Slim ก็มีราคาที่เบาบาง เช่นเดียวกับน้ำหนักของเคสที่มีความเบามากๆอีกด้วย เช็คราคาเคสรุ่นต่างๆ ได้ทางด้านล่างนี้ครับ


  • เคสกันกระแทกรุ่น Dual Guard ชิ้นละ 870.-

  • แผ่นหลังสำหรับเปลี่ยนลายรุ่น Dual Guard ชิ้นละ 490.-

  • เคสแบบบางรุ่น Black Arch Slim ชิ้นละ 570.-

  • พิมพ์ชื่อบนเคสฟรีทุกชิ้น


หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกเคสมือถือแบบไหนดี ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการเลือกดีไซน์แล้วครับ คลิกที่นี่แล้วเริ่มช้อปได้ทันที

ดู 6,591 ครั้ง
สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon

สกรีนเคส casetify สั่งทำเคส รับทำเคส เคสสั่งทำ เคสคู่ เคสออกแบบเอง เคสcustom custom case เคสใส่ชื่อ เคสรูปตัวเอง เคสตามสั่ง สกรีนเคส iPhone Galaxy เคสสลักชื่อ เคสรูป เคสพิมพ์ชื่อ สกรีนเคสไอโฟน ทำเคสไอโฟน รับออกแบบเคส เคสสกรีน iPhone XS Max XS X 8 Plus 7 Plus 6 Plus 6s Galaxy S10+ S10 S9+ S8+ S8 Note 9 Note 10 Note FE เคสสั่งทำ เคสใส่ชื่อ เคสรูปตัวเอง ออกแบบเคส เคส custom เคสมือถือ เคส iphone เคส samsung ประเทศไทย

|

© 2020 Caseculturebrand.com  All Rights Reserved

Bangkok , Thailand

Phone case shop menu
0